News & Events

Back

Facebook วางแผนที่จะปล่อยฟีเจอร์ Unsend ให้กับผู้ใช้ Messenger เร็ว ๆ นี้

10-04-2018 IT news -

Facebook วางแผนที่จะปล่อยฟีเจอร์ Unsend ให้กับผู้ใช้ Messenger เร็ว ๆ นี้

            สื่อสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook งานเข้าอีกครั้งหลังจากที่มีการรายงานว่า Mark Zuckerberg และผู้บริหารคนอื่น ๆ ได้ทำการลบข้อความของตนเองออกจากกล่องจดหมายใน Facebook ได้ ซึ่งเป็นความสามารถที่ผู้ใช้ Facebook ยังไม่ได้ใช้งานและทางบริษัทยังไม่ได้แจ้งให้ผู้ใช้ได้ทราบจึงเป็นที่พูดถึงมากมายทั้งด้านบวกและด้านลบ

           แต่ตอนนี้ Facebook บอกว่ากำลังวางแผนที่จะทำ 'Unsend' ให้กับผู้ใช้ทั้งหมดเร็ว ๆ นี้ และจนกว่าฟีเจอร์  Unsend จะได้รับการเผยแพร่สำหรับทุกคน Facebook กล่าวว่าจะไม่ส่งหรือลบข้อความใด ๆ ของ Zuckerberg อีกต่อไป แม้ว่าการลบการสนทนาของซีอีโอของบริษัทจะไม่เคยได้รับการยืนยันมาก่อนหน้านี้ก็ตาม แต่การเปิดเผยแผนสำหรับปุ่มยกเลิกหรือปุ่มลบข้อความนี้ช่วยลดการพูดถึง  Zuckerberg ในทางที่ไม่ดีได้ เพราะเหมือนกับซีอีโอของ Facebook เป็นหนึ่งในผู้ทดสอบฟีเจอร์ในเวอร์ชันเบต้านี้นั่นเอง

          โฆษกของ Facebook ออกแถลงการณ์ขอโทษ เนื่องจากไม่ได้แจ้งให้ผู้ใช้ทุกคนได้ทราบและได้ทำการอธิบายถึงแผนการของตนว่า

เราได้กล่าวถึงฟีเจอร์นี้คร่าว ๆ ไปหลายครั้งแล้ว และสำหรับคนที่ได้ทดลองฟีเจอร์นี้ใน Messenger คือเวอร์ชันที่ต้องเข้ารหัส ซึ่งผู้ทดลองจะสามารถตั้งค่าเวลา และลบข้อความโดยอัตโนมัติได้ โดยตอนนี้เราได้สร้างฟีเจอร์ Unsend ให้กว้างขึ้นพร้อมใช้งานสำหรับทุก ๆ คน อย่างไรก็ตามการดำเนินการนี้อาจต้องใช้เวลาสักครู่ และจนกว่าฟีเจอร์นี้จะพร้อมเราจะไม่ลบข้อความของผู้บริหารอีกต่อไป” นอกจากนี้โฆษกของ Facebook ยังได้กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า “พวกเราน่าจะทำได้รวดเร็วกว่านี้และเราเสียใจที่เราไม่ได้แจ้งให้ทุกคนได้ทราบก่อน”

          Facebook กล่าวกับ TechCrunch ว่าทางบริษัทยังไม่ได้สรุปว่าฟีเจอร์ Unsend จะทำงานหน้าที่อย่างไรบ้าง แต่ที่แน่ ๆ ตัวเลือกเดียวที่เป็นไปได้คือสามารถตั้งค่าเวลาแสดงข้อความได้ เมื่อตัวจับเวลาหมดข้อความจะหายไปจากทั้งกล่องจดหมายทั้งของผู้ส่งและผู้รับ ซึ่งอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า Facebook จะนำตัวจับเวลาหรือวิธีอื่น ๆ เพื่อยกเลิกการส่งข้อความไปยัง Messenger ถึงแม้ว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวของ Facebook จะมีฟีเจอร์การสนทนาลับ (Secret Conversation) อยู่แล้วก็ตาม

 

Source : Techcrunch

บอกต่อ : 
ข่าวที่แนะนำ

Back