คลังความรู้ สู่สังคมไทย | Advanced Research Group

Back

ข้อมูลการลงทุนเชิงลึกในตลาดประเทศมาเลเซีย ตอนที่ 3

ข้อมูลการลงทุนเชิงลึกในตลาดประเทศมาเลเซีย ตอนที่ 3

10-11-2016

   2.    ข้อกำหนดและวิธีการจัดตั้งธุรกิจ
   2.1     รูปแบบการจัดตั้งธุรกิจ 
บริษัทที่จะทำธุรกิจในมาเลเซียได้ต้องจดทะเบียนกับสำนักงานทะเบียนบริษัท (Companies Commission of Malaysia : SSM) โดยปกติบริษัทจากต่างประเทศสามารถทำธุรกิจในมาเลเซียได้              
นรูปแบบต่างๆ กัน ประกอบด้วย
•    จัดตั้งบริษัทจดทะเบียนในมาเลเซียเป็นบริษัทใหม่หรือบริษัทในเครือ (Subsidiaries)          
ในสถานภาพเป็น Resident Company
•    ซื้อหุ้นทั้งหมดหรือหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทมาเลเซียที่ตั้งอยู่แล้ว
•    ร่วมทุนกับบริษัทมาเลเซียหรือชาวมาเลเซียในรูปแบบของการถือหุ้นในบริษัทร่วมทุน
(Joint Venture Company) ซึ่งตั้งขึ้นใหม่
•    จดทะเบียนในสถานะบริษัทต่างประเทศในรูปแบบสำนักงานสาขา (Branch) สำนักงานภูมิภาค (Regional Office) หรือ สำนักงานใหญ่ปฏิบัติการ (Operational Headquaters : OHQ)  
ในสถานภาพเป็น Non-resident Company

   2.2    การขออนุมัติโครงการลงทุน
พระราชบัญญัติความร่วมมือในด้านอุตสาหกรรม 2518 (Industrial Co-ordination Act (ICA) 1975)
ตามประมวลกฎหมาย Industrial Co - ordination Act 1975 บริษัทในภาคอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าทุนผู้ถือหุ้น (shareholders’ funds) เกิน 2.5 ล้านริงกิตหรือจ้างพนักงานมากกว่า 75 ราย ต้องยื่นขอใบอนุญาตในการผลิต (manufacturing licence) จาก MIDA

   2.3    แนวทางในการขออนุมัติโครงการ
             ในการขออนุมัติโครงการลงทุน บริษัทต้องไม่เป็นอุตสาหกรรมที่เน้นใช้แรงงานเป็นหลัก  (Labour Intensive Industry) โดยต้องมีสัดส่วนการลงทุนต่อพนักงาน (Capital Investment/ Employee – C/E Ratio)  ไม่น้อยกว่า 55,000 ริงกิตต่อราย ยกเว้นในกรณีต่อไปนี้
•    ธุรกิจมีกระบวนการผลิตเพิ่มมูลค่า (value added) มากกว่า 30%
•    ธุรกิจมีสัดส่วนของพนักงานในระดับผู้จัดการ ช่างเทคนิค และผู้คุมงาน (Managerial, Technical and
Supervisory (MTS) Index) มากกว่า 15
•    จัดอยู่ในประเภทอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งอยู่ในรายชื่อประเภทกิจกรรม               ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน
•    บริษัทที่เพิ่งขออนุมัติใบอนุญาตประกอบการผลิต (โดยได้รับการยกเว้นมาก่อน)
นอกจากนี้ บริษัทที่จดทะเบียนแล้ว หากต้องการขยายกำลังการผลิตและกระจายผลิตภัณฑ์โดยการผลิตผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นจะต้องขออนุญาตการขยายกิจการต่อ MIDA

   2.4    สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน (Investment Incentives)
MIDA มีการให้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมภายใต้พระราชบัญญัติการส่งเสริมการลงทุน (Promotion of Investments Act 1986) พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ (Income Tax Act 1967) พระราชบัญญัติศุลกากร (Customs Act 1967) พระราชบัญญัติภาษีการขาย (Sales Tax Act 1972) พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (Excise Act 1976) และพระราชบัญญัติเขตปลอดอากร (Free Zones Act 1990) กฎหมายเหล่านี้ครอบคลุมทั้งภาคการผลิต เกษตรกรรม บริการทางธุรกิจและวิชาชีพ  ท่องเที่ยว การค้นคว้าและวิจัย (R&D) การฝึกอบรมและการคุ้มครองรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ด้านภาษีทางตรง คือ การลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดจากจำนวนที่ต้องจ่ายจริงภายในเวลาที่กำหนด  ส่วนภาษีทางอ้อม ได้แก่ การยกเว้นภาษีสินค้าเข้า ภาษีการขาย และภาษีสรรพสามิต

   2.5    สิทธิประโยชน์สำหรับโครงการในภาคอุตสาหกรรมการผลิต
สิทธิประโยชน์หรือสิ่งจูงใจด้านภาษีอากรสำหรับบริษัทที่ลงทุนในภาคการผลิตมี 2 ประเภท คือ Pioneer Status (สถานภาพการเป็นผู้ริเริ่ม) และ Investment Tax Allowance (การลดหย่อนภาษีอากรด้านการลงทุน) โดยการจะเลือกสิ่งจูงใจประเภทใดขึ้นอยู่กับสิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญในลำดับต้นๆ ได้แก่ การเพิ่มมูลค่า (value added) เทคโนโลยีที่ใช้และการเชื่อมโยงทางอุตสาหกรรม (industrial linkages) กิจกรรมที่ได้รับการส่งเสริม หรือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการส่งเสริม (ดูภาคผนวก: รายชื่อกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการส่งเสริม – รายการทั่วไป ท้ายบท)
   2.5.1  Pioneer Status
                        บริษัทที่ได้รับพิจารณาเข้าข่าย  Pioneer Status ในกรณีทั่วไปจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ส่วนหนึ่ง โดยชําระภาษีเงินได้เพียงร้อยละ 30 ของรายได้พึงประเมิน  (statutory income)              เป็นระยะเวลา 5 ปี นับจากวันแรกที่มีระดับการผลิตถึงร้อยละ 30 ของกำลังการผลิตทั้งหมด 
                      หมายเหตุ : รายได้พึงประเมิน (statutory income) หมายถึง รายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าเสื่อม นอกจากนั้นค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่ยังค้างอยู่ (unabsorbed capital allowance) หรือการขาดทุนสะสมที่เกิดขึ้นในระหว่างการได้รับสิทธิประโยชน์นี้สามารถยกยอดไปหักจากรายได้หลังสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ pioneer status ได้ 
   2.5.2  Investment Tax Allowance
                        กรณีบริษัทไม่ต้องการรับสิทธิประโยชน์แบบ Pioneer Status บริษัทอาจขอรับสิทธิประโยชน์แบบ Investment Tax Allowance (ITA) โดยรับการลดหย่อนภาษีร้อยละ 60 ของค่าใช้จ่ายประเภททุนที่เข้าข่าย (ได้แก่ ตัวโรงงาน อาคาร เครื่องจักร เครื่องมือที่ใช้ในโครงการที่ได้รับการส่งเสริม) ที่เกิดขึ้นในเวลา 5 ปี นับจากวันแรกที่มีค่าใช้จ่ายที่เข้าข่ายนี้เกิดขึ้น  บริษัทสามารถนำส่วนลดภาษีนี้          ไปหักจากรายได้สุทธิในแต่ละปีได้ถึง 70% ของเงินได้สุทธิที่นำไปคำนวณภาษี (รายได้พึงประเมิน) ส่วนที่เหลือให้ยกยอดไปหักลดในปีถัดไปได้ จนกว่าจะหักลดหย่อนภาษีได้ทั้งหมด ส่วนเงินได้ที่เหลืออีก 30% แต่ละปีเป็นส่วนที่บริษัทจะต้องเสียภาษีเงินได้ตามอัตราที่กำหนด.

ข้อความที่เกี่ยวข้องภาษาไทย
บริการข้อมูลธุรกิจ,ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสินเชื่อ,การพัฒนา และบริหารจัดการฐานข้อมูล,การบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อ,ประเมินความเสี่ยงการทำธุรกิจระหว่างประเทศ,การวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ
ข้อความที่เกี่ยวข้องภาษาอังกฤษ
business information services,credit risk management solution,database building & management solution,Business Information & Credit Risk Management
ข้อมูลที่มา หนังสือ Bussiness Plus
-------------------------------------
AR GROUP : ผู้ให้บริการความรู้

บอกต่อ : 
The Knowledge Provider (AR Group)

Back