The Knowledge Provider | Advanced Research Group

Back

เตรียมพร้อม ยื่นภาษี 2564 ลดหย่อนภาษีอะไรได้บ้าง

เตรียมพร้อม ยื่นภาษี 2564 ลดหย่อนภาษีอะไรได้บ้าง

06-01-2022

       ทุกคนคงรู้กันอยู่แล้วใช่ไหมว่า การยื่นภาษีและการเสียภาษีคือสิ่งที่เราต้องทำกันทุกปี เรื่องนี้อาจไม่ได้ถูกระบุไว้ในตำราเรียนก็จริง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เรามีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดในแต่ละปี เรามีหน้าที่ที่จะต้องยื่นภาษีและเสียภาษีทันที
        ในปัจจุบันทุกคนสามารถหารายได้จากช่องทางที่หลากหลาย โดยเฉพาะการหารายได้จากช่องทางออนไลน์ ส่วนการยื่นภาษีและการเสียภาษีไม่ได้กำหนดอายุว่าอายเท่านี้ถึงจะเสียภาษี แต่กฎหมายวัดที่รายได้ที่คุณได้รับในปีนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นคนในวัยทำงานที่มีหน้าที่ยื่นภาษีและเสียภาษี ฉะนั้นเด็กอายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จะต้องทำการยื่นภาษีและเสียภาษีด้วย ถ้าถามว่าตรงนี้เด็กต้องเป็นคนทำเองหรือไม่? 
        คำตอบคือ เด็กไม่จำเป็นต้องยื่นภาษีหรือเสียภาษีเอง แต่ผู้ปกครองมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด. ให้กับลูก ๆ ของตัวเองที่มีรายได้สุทธิเกิน 150,000 บาท ไม่ว่าเงินได้พึงประเมินในปีที่ผ่านมานั้นจะมาจากหน้าที่การงานหรือกิจการที่ทำในประเทศไทย เป็นบุคคลที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยในแต่ละปีก็จะมีค่าลดหย่อนภาษีที่กฎหมายได้กำหนดไว้ให้สามารถนำไปหักออกจากเงินได้ เพื่อช่วยให้คำนวณภาษีได้ง่ายขึ้น รวมถึงทำให้ผู้เสียภาษีเสียภาษีน้อยลงอีกด้วย


    มาดูกันว่าใน 2564 เราสามารถใช้ค่าลดหย่อนภาษีอะไรได้บ้าง
1.    หมวดค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
       1.1.    ส่วนตัว  60,000 บาท สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เลย โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ
       1.2.    คู่สมรส  60,000  บาท ใช้ได้สำหรับคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องถามกฎหมาย และคู่สมรสจะต้องไม่มีรายได้
       1.3.    บุตร  30,000 บาท โดยมีเงื่อนไขคือต้องเป็นบุตรโดยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรม ซึ่งบุตรจะต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี หรืออายุไม่เกิน 25 ปี และกำลังศึกษาอยู่ ในกรณีที่บุตรอายุเกิน 25 ปี ขึ้นไป แต่มีสถานะเป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ สามารถลดหย่อนภาษีได้ ส่วนการลดหย่อนบุคคลที่ 2 ขึ้นไป สามารถลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท แต่ต้องเกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป 
       นอกจากที่กล่าวไปข้างต้น ค่าลดหย่อนบุตรมีเงื่อนไข เพิ่มเติมอีกต่อไปนี้
                 1.3.1 กรณีบุตรชอบด้วยกฎหมายสามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรจำนวนกี่คนก็ได้ตามจำนวนจริง
                 1.3.2. กรณีเป็นบุตรบุญธรรมสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เพียง 30,000 บาท/คน และสามารถใช้สิทธิได้สูงสุด 3 คน 
                 1.3.3. กรณีมีทั้งบุตรตามกฎหมายและบุตรบุญธรรม ให้ใช้บุตรตามกฎหมายก่อน แล้วค่อยใช้บุตรบุญธรรม แต่ถ้าบุตรบุญธรรมเป็นคนที่ 4 จะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนนี้ได้
       1.4.    ค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตร ไม่เกิน 60,000 บาท ไม่ว่าจะจ่ายให้กับสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชน ซึ่งสามีสามารถลดหย่อนภาษีในกรณีที่ภรรยาไม่มีเงินได้ โดยใช้ใบเสร็จรับเงินและใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาล
       1.5.    ค่าเลี้ยงดูบิดา-มารดา 30,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 4 คน สามารถลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 120,000 บาท โดยบิดามารดาจะต้องมีอายุมากกว่า 60 ปี และมีรายได้ต่อปีเกิน 30,000 บาท ในกรณีนี้ไม่สามารถนำพ่อแม่บุญธรรมมาลดหย่อนได้ และผู้ที่ใช้สิทธิหากเป็นพี่น้องกันต้องตกลงกันให้ดีว่าใครจะเป็นลดหย่อน เพราะไม่สามารถนำพ่อแม่มาลดหย่อนซ้ำได้ เพราะต้องมีการระบุลงลายมือชื่อในหนังสือรับรองการเลี้ยงดู ว่าบุตรคนใดจะเป็นฝ่ายเลี้ยงดูบิดาหรือมารดา
       1.6.    ค่าอุปการะผู้พิการ-ทุพพลภาพ 60,000 บาท โดยผู้พิการจะต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี และมีบัตรประจำตัวผู้พิการ และต้องมีหนังสือรับรองการเป็นผู้อุปการะ ในกรณีที่ผู้พิการหรือทุพพลภาพเป็นบิดามารดา, บุตร และคู่สมรสของตนเอง สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ทั้งค่าลดหย่อนเลี้ยงดูบิดา-มารดาและค่าลดหย่อนคู่สมรส (หากคู่สมรสไม่มีรายได้และเป็นผู้พิการ) 
2.    หมวดค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน เงินออมและการลงทุน
       2.1.    เงินประสังคม เนื่องจากในปีที่ผ่านมา ทางกองทุนประกันสังคมได้มีการปรับลดเงินนำส่งสมทบประกันสังคม เพื่อช่วยลดภาระให้ผู้ประกันตนในช่วงโควิด-19  โดยมีการปรับลดรอบเดือนดังต่อไปนี้
                2.1.1. สำหรับผู้ประกัน ม.33 สูงสุด 5,100 บาท (จากเดิม 9,000 บาท)
                 -    มกราคมเหลือ 3%
                 -    กุมภาพันธ์ – มีนาคม เหลือ 0.5% 
                 -    เมษายน - พฤษภาคม เหลือ 5% 
                 -    มิถุนายน - พฤศจิกายน เหลือ 2.5%
                 -    ธันวาคม (ไม่มีประกาศลดเงินสมทบ) คงไว้หักสูงสุดที่ 5% หรือสูงสุด 750 บาท
                 2.1.2. สำหรับผู้ประกันตน ม.39 สูงสุด 3,483 บาท จากเดิม 5,184 บาท
                 -    มกราคม - มีนาคม เหลือ 278 บาท
                 -    เมษายน – พฤษภาคม หักเท่าเดิม 432 บาท
                 -    มิถุนายน – สิงหาคม เหลือ 216 บาท
                 -    กันยายน – พฤศจิกายน เหลือ 235 บาท
                 -    ธันวาคม (ไม่มีประกาศลดเงินสมทบ) คงไว้เท่าเดิมหัก 432 บาท
                2.1.3. สำหรับผู้ประกันตน ม.40
สามารถใช้สิทธิลดหย่อนประกันสังคมในปี 2564 ได้สูงสุดไม่เกิน 700 บาท (ตามทางเลือกที่ 1), 1,000 บาท (ตามทางเลือกที่ 2) และ 3,000 บาท (ตามทางเลือกที่ 3)
                -    มกราคม – กรกฎาคม จ่ายตามปกติ ตามทางเลือกของผู้ประกันตน นั่นก็คือ 70 บาท, 100 บาท และ 300 บาท
                -    สิงหาคม - ธันวาคม ลดเงินประกันสังคมเหลือ 42 บาท (ทางเลือกที่ 1), 60 บาท (ทางเลือกที่ 2) และ 180 บาท (ทางเลือกที่ 3)
       2.2.    ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท โดยมีเงื่อนไขต่อไปนี้
                 -    ต้องเป็นประกันสุขภาพ ไม่เกิน 25,000 บาท
                 -    บริษัทประกันชีวิตต้องเป็นบริษัทที่ดำเนินกิจการในไทย
                 -    มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
       ในกรณีคู่สมรสไม่มีรายได้ สามารถลดหย่อนค่าเบี้ยประกันของคู่สมรสได้สูงสุด 10,000 บาท ซึ่งต้องจดทะเบียนสมรสและแต่งงานกันมาแล้ว 1 ปีขึ้นไป และถ้าหากมีการเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบ 10 ปี จะถือว่าเป็นการผิดเงื่อนไข ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้
        2.3.    ประกันสุขภาพของบิดา-มารดา ลดหย่อนได้ตามจริง 15,000 บาท ซึ่งบิดาและมารดาต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท 
        2.4.    เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้ ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท โดยเงื่อนไขมีดังต่อไปนี้ 
                 -    ต้องมีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป 
                 -    ต้องทำประกันกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย 
                 -    มีการจ่ายผลประโยชน์เป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ
3.    หมวดลดหย่อนภาษี สำหรับการลงทุน โดยรวมกันทั้งหมดลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 5 แสนบาท
       3.1.    กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 500,000 บาท
       3.2.    กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 200,000 บาท
       3.3.    กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) / กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) / กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน สามารถลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี  ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
       3.4.    กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ตามที่จ่ายจริง สูงสุดปีละ 13,200 บาท
4.    หมวดค่าลดหย่อนเพื่อที่อยู่อาศัย
ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย  สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
5.    หมวดค่าลดหย่อนสำหรับบริจาค 
       5.1.    เงินบริจาคทั่วไป สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อนภาษี
       5.2.    เงินบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา การพัฒนาสังคม และสถานพยาบาลของรัฐ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะ สามารถหักลดหย่อนได้ 2 เท่าของเงินบริจาคจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ๆ 
6.    เงินบริจาคให้กับพรรคการเมือง นำมาลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท


 


 

บอกต่อ : 
The Knowledge Provider (AR Group)

Back