คลังความรู้ สู่สังคมไทย | Advanced Research Group

Back

ข้อมูลการลงทุนเชิงลึกในตลาดประเทศมาเลเซีย ตอนที่ 5

ข้อมูลการลงทุนเชิงลึกในตลาดประเทศมาเลเซีย ตอนที่ 5

14-11-2016

   4.     เขตเศรษฐกิจพิเศษ

   4.1    นิคมอุตสาหกรรม
มาเลเซียมีนิคมอุตสาหกรรมกว่า 200 แห่ง ซึ่งพัฒนาโดยองค์กรของภาครัฐ ภาคเอกชนได้มีส่วนในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเช่นกันแต่ในขอบเขตจำกัด  องค์กรของภาครัฐ ได้แก่ บริษัทพัฒนาเศรษฐกิจแห่งรัฐ (State Economic Development Corporations : SEDC) การพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระดับภูมิภาค (Regional Economic Development Authority)  การท่าเรือ และเทศบาล

   4.2    เขตเศรษฐกิจเสรี (Free Zone : FZ) 
เขตเศรษฐกิจเสรี เป็นพื้นที่ในมาเลเซียซึ่งกระทรวงการคลังประกาศให้เป็นเขตการพาณิชย์เสรี (Free Commercial Zone : FCZ) หรือเขตอุตสาหกรรมเสรี (Free Industrial Zone : FIZ) โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 3 (1) ของพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจเสรี Free Zone Act 1990  เขตเศรษฐกิจเสรีมีจุดมุ่งหมายที่จะส่งเสริมการซื้อขายสินค้าในเขตเสรีก่อนนำส่งไปที่อื่น (entrepot trade) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมที่ผลิตและประกอบผลิตภัณฑ์ เพื่อการส่งออกเป็นหลัก
ธุรกิจและอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจเสรีจะเสียภาษีต่ำสุด โดยถือเป็นบริเวณนอกเขตการเก็บภาษีหลักของศุลกากร (Principal Custom Area) ตามมาตรา 2 (1A) ของพระราชบัญญัติภาษีศุลกากร Customs Act 1967 ยกเว้นสินค้าที่ห้ามการนำเข้าหรือส่งออก ตามมาตรา 31 ของพระราชบัญญัติดังกล่าว สินค้าและบริการทุกรูปแบบ (ยกเว้นสินค้าผิดกฎหมายและสินค้าที่ขัดกับพระราชบัญญัติ Free Zone Act 1990)  สามารถนำเข้า ผลิต ประกอบผลิตภัณฑ์หรือจัดหาในเขตเศรษฐกิจเสรีโดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร ภาษีสรรพสามิต ภาษีการขายหรือภาษีบริการ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังมีอำนาจตามกฎหมายในการสั่งห้ามสินค้าประเภทใดประเภทหนึ่งเข้ามาในเขตเสรี สินค้าที่ถูกสั่งห้ามนี้ถ้านำเข้ามาในเขตเสรี จะต้องเสียภาษีดังกล่าวข้างต้นเสมือนสินค้านั้นอยู่ในเขตบริเวณการเก็บภาษีหลักของศุลกากร

นอกจากนั้น พระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจเสรี ยังให้สิ่งจูงใจทางด้านการเงินในรูปแบบของสิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุนประเภท Pioneer Status  โดยการยกเว้นการเสียภาษีศุลกากรสินค้าขาเข้าและสินค้าส่งออก รวมทั้งภาษีรายได้นิติบุคคล เป็นระยะเวลา 5 - 10 ปี นั่นคือได้รับการยกเว้นภาษีรายได้นิติบุคคลในอัตรา 35% และภาษีเพื่อการพัฒนา 5% และหลังจากอายุของสิทธิประโยชน์สิ้นสุดลงแล้ว การลงทุนที่ได้รับอนุมัติสิทธิพิเศษมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ในด้าน Investment Tax Credits (ITC) ซึ่งเป็นการยืดเวลายกเว้นการเสียภาษีออกไปได้อีก 5 - 10 ปี อนึ่งการขาดทุนในระหว่างได้รับสิทธิประโยชน์ สามารถใช้เป็นเหตุผลในการยืดเวลาการยกเว้นการเสียภาษีด้วย
4.3     เขตการพาณิชย์เสรี (Free Commercial Zones : FCZ)
เขตการพาณิชย์เสรีเป็นเขตที่ประกอบธุรกิจพาณิชกรรม ประกอบด้วย การค้าขาย (ยกเว้นการค้าปลีก) การจัดแบ่งเป็นหีบห่อย่อย (break bulk) การคัดแยกประเภท (grading) การจัดทำหีบห่อใหม่ (repacking) การติดฉลากใหม่ (relabeling) การขนถ่ายสินค้า (transhipment) และสินค้าผ่านแดน (transit)  ปัจจุบันมาเลเซียมีเขตการพาณิชย์เสรี 17 แห่งทั่วประเทศตั้งอยู่ในบริเวณด้านเหนือ ด้านใต้ และด้านตะวันตกของท่าเรือ Port Klang  เขตการพาณิชย์เสรี Port Klang (Port Klang Free Zone)  ศูนย์โลจิสติกส์ Pulau Indah (Pulau Indah MILS Logistic Hub)  บัตเตอร์เวิร์ธ, Bayan Lepas, KLIA, Rantau Panjang, Pengalan Kubor, Stulang Laut, ท่าเรือยะโฮร์ และท่าเรือ Tanjung Pelepas
4.4    เขตอุตสาหกรรมเสรี (Free Industrial Zones : FIZ)
การจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมเสรี เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจของมาเลเซียที่จะปรับเปลี่ยนจากการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้าเป็นการผลิตเพื่อการส่งออก โดยในเขตอุตสาหกรรมเสรี (FIZ) อุตสาหกรรมที่ผลิตสินค้าส่งออก ได้รับการยกเว้นภาษีการนำเข้าสินค้าประเภทวัตถุดิบ ชิ้นส่วนประกอบต่างๆ เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้โดยตรงในกระบวนการผลิต รวมทั้งการตรวจสอบภาษีอย่างเป็นทางการน้อยที่สุดในการส่งออกสินค้าที่ผลิตได้ ปัจจุบันมาเลเซียมีเขตอุตสาหกรรมเสรี 18 แห่ง ได้แก่  Pasir Kudang, Tanjung Pelepas, Batu Berendam I, Batu Berendam II, Tanjung Kling, Telok Panglima Garang, Pulau Indah (PKFZ), Sungai Way I, Sungai Way II, Ulu Kelang, Jelapang II, Kinta, Bayan Lepas I, II, III, IV, Seberang Perai และ Sama Jaya  โดยบริษัทที่มีสิทธิ์เข้ามาตั้งในเขตอุตสาหกรรมเสรีต้องมีคุณสมบัติดังนี้
•       สินค้าที่ผลิตทั้งหมดหรืออย่างน้อย 80% ของทั้งหมด จะต้องผลิตเพื่อการส่งออก
•       วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้า  อย่างไรก็ตามรัฐบาลสนับสนุนให้บริษัทในเขตอุตสาหกรรมเสรีหันมาใช้วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนประกอบในประเทศมากขึ้น

4.5   เขตระเบียงเศรษฐกิจ (Economic Corridor)   
4.5.1  Northern Corridor Economic Region (Koridor Utara)
เขตเศรษฐกิจนี้มุ่งเร่งรัดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและยกระดับรายได้ของประชากรในเขตตอนเหนือของภูมิภาคมาเลเซีย โดยมีวัตถุประสงค์ของการเป็นภูมิภาคทางเศรษฐกิจระดับโลกภายในปี 2568 ภูมิทางตอนเหนือของมาเลเซีย ประกอบด้วย รัฐเปรัก เคดาะห์  พูลัวปีนัง (Pulau Pinang) และเปรักตอนเหนือ (ได้แก่ district of Hulu Perak, Kerian,  Kuala Kangsar และ Larut Matang-Selama)  ครอบคลุมพื้นที่ 17,816 ตารางกิโลเมตร เขตเศรษฐกิจดังกล่าวใช้แรงผลักจากความสำเร็จทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ของภูมิภาคในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว เกษตรกรรม   และจากการที่มีตั้งทางยุทธศาสตร์ติดกับชายแดนไทยและช่องแคบมะละกา
4.5.2    East Coast Economic Region (ECER)
เขตเศรษฐกิจ ECER ประกอบด้วย รัฐกลันตัน  ตรังกานู และปาหัง และเขตเมอร์ซิงในยะโฮร์ครอบคลุมพื้นที่ 66,000 ตารางกิโลเมตร โดย  CER ครอบคลุมมากกว่าครึ่งหนึ่ง (51%) ของคาบสมุทรมาเลเซีย  ประชากรในเขตเศรษฐกิจ ECER มีราว 3.9 ล้านคน คิดเป็น 14.5% ของประชากรมาเลเซียทั้งหมด ภูมิภาค ECER อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะน้ำมันและแก๊สและมีทรัพยากรท่องเที่ยวหลากหลาย (เช่น ป่าไม้เก่าแก่ ชายฝั่งสวยงามเกาะปะการัง ทะเลสาบ) ค่าครองชีพต่ำเมื่อเทียบกับคาบสมุทรมาเลเซียที่เหลือ

4.5.3    Sarawak Corridor of Renewable Energy (SCORE)
SCORE เป็นข้อริเริ่มเพื่อพัฒนาภูมิภาคตอนกลางของมาเลเซียและปรับเปลี่ยนรัฐซา-ราวักให้เป็นรัฐที่พัฒนาภายในปี 2563  โดยมีจุดมุ่งหมายในการเร่งรัดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชากรในรัฐซาราวัก เศรษฐกิจหลักของเขตเศรษฐกิจนื้คือ ทรัพยากรด้านพลังงานโดยเฉพาะไฟฟ้าพลังน้ำ (28,000 เม็กกะวัตต์) ถ่านหิน (1.46 พันล้านตัน) ก๊าซธรรมชาติ (40.9 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต) เขตที่ได้รับเลือกสำหรับเป็นจุดการเติบโตใหม่เพื่อส่งเสริมการลงทุน ได้แก่  Tanjung Manis (เมืองท่าอุตสาหกรรมและศูนย์กลางฮาลาล), Mukah (Smart  City), Samalaju (ศูนย์กลางอุตสาหกรรมหนัก) Baram และ Tunoh (ท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากร)    
4.5.4  Sabah Development Corridor (SDC)
                      SDC ครอบคลุมทั้งรัฐซาบาห์ ซึ่งมีโกตาคินาบารูเป็นเสาหลักของการเติบโตและได้กำหนดพื้นที่พัฒนาทางยุทธศาสตร์ 6 แห่ง ประกอบด้วย Bio - Triangle, Agro Marine Belt, Interior Food Valley, Kanabalu Gold Coast Enclave, Brunei Bay Integrated Development Area และ Oil and Gas Clusters ซาบาห์มีพื้นที่เกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ ทรัพยากรทางทะเลและป่าไม้ จึงมีศักยภาพในการประกอบอุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากร เช่น ป่าไม้ อุตสาหกรรมที่ใช้ไม้ อุตสาหกรรมอาหาร  เกษตรอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ รวมทั้งมีทรัพยากรน้ำมันและแก๊ส ตลอดจนอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่เป็นโอกาสสำหรับการลงทุน 

4.5.4    Iskandar Malaysia
                       เขตเศรษฐกิจนี้ตั้งอยู่รัฐยะโฮร์  เป็นประตูทางใต้ของคาบสมุทรมาเลเซียและวางเป้าที่จะเป็นเขตพัฒนามากที่สุดของคาบสมุทรมาเลเซียตอนใต้โดยเป็นทั้งแหล่งพำนักอาศัย บันเทิง สิ่งแวดล้อมและธุรกิจ นักลงทุนต่างชาติและบริษัทใหญ่ๆเข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจนี้มาก เขตเศรษฐกิจ Iskandar มีท่าเรือหลัก ได้แก่  Pasir Gudang Port, Port of Tanjung Pelepas และ Tanjung Langsat Port  โดยการเข้าสู่เขตเศรษฐกิจนี้สามารถไปได้ทั้งทางอากาศ ทางถนน  ทางรถไฟและทางทะเล      


ข้อความที่เกี่ยวข้องภาษาไทย
บริการข้อมูลธุรกิจ,ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสินเชื่อ,การพัฒนา และบริหารจัดการฐานข้อมูล,การบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อ,ประเมินความเสี่ยงการทำธุรกิจระหว่างประเทศ,การวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ
ข้อความที่เกี่ยวข้องภาษาอังกฤษ
business information services,credit risk management solution,database building & management solution,Business Information & Credit Risk Management
ข้อมูลที่มา หนังสือ Bussiness Plus
-------------------------------------
AR GROUP : ผู้ให้บริการความรู้

บอกต่อ : 
The Knowledge Provider (AR Group)

Back