คลังความรู้ สู่สังคมไทย | Advanced Research Group

Back

A.I. Artificial Intelligence

A.I. Artificial Intelligence

12-01-2016

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ เอไอ (AI) หมายถึงความฉลาดเทียมที่สร้างขึ้นให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต

มีคำนิยามของปัญญาประดิษฐ์มากมายหลากหลาย ซึ่งสามารถจัดแบ่งออกเป็น 4 ประเภทโดยมองใน 2 มิติ ได้แก่

  • ระหว่าง นิยามที่เน้นระบบที่เลียนแบบมนุษย์ กับ นิยามที่เน้นระบบที่ระบบที่มีเหตุผล (แต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนมนุษย์)
  • ระหว่าง นิยามที่เน้นความคิดเป็นหลัก กับ นิยามที่เน้นการกระทำเป็นหลัก

ปัจจุบันงานวิจัยหลัก ๆ ของ AI จะมีแนวคิดในรูปที่เน้นเหตุผลเป็นหลัก เนื่องจากการนำ AI ไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหา ไม่จำเป็นต้องอาศัยอารมณ์หรือความรู้สึกของมนุษย์ อย่างไรก็ตามนิยามทั้ง 4 ไม่ได้ต่างกันโดยสมบูรณ์ นิยามทั้ง 4 ต่างก็มีส่วนร่วมที่คาบเกี่ยวกันอยู่

นิยามดังกล่าวคือ

  1. ระบบที่คิดเหมือนมนุษย์ (Systems that think like humans)
    1. ปัญญาประดิษฐ์ คือ ความพยายามใหม่อันน่าตื่นเต้นที่จะทำให้คอมพิวเตอร์คิดได้ ... เครื่องจักรที่มีสติปัญญาอย่างครบถ้วนและแท้จริง ("The exciting new effort to make computers think ... machines with minds, in the full and literal sense." [Haugeland, 1985])
    2. ปัญญาประดิษฐ์ คือ กลไกของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความคิดมนุษย์ เช่น การตัดสินใจ การแก้ปัญหา การเรียนรู้ ("[The automation of] activities that we associate with human thinking, activities such as decision-making, problem solving, learning." [Bellman, 1978])
    • หมายเหตุ ก่อนที่จะทำให้เครื่องคิดอย่างมนุษย์ได้ ต้องรู้ก่อนว่ามนุษย์มีกระบวนการคิดอย่างไร ซึ่งการวิเคราะห์ลักษณะการคิดของมนุษย์ เป็นศาสตร์ด้าน  cognitive science เช่น ศึกษาการเรียงตัวของเซลล์สมองในสามมิติ ศึกษาการถ่ายเทประจุไฟฟ้า และวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางเคมีไฟฟ้าในร่างกาย ระหว่างการคิด ซึ่งจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2548) เราก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่า มนุษย์เรา คิดได้อย่างไร
  2. ระบบที่กระทำเหมือนมนุษย์ (Systems that act like humans)
    1. ปัญญาประดิษฐ์ คือ วิชาของการสร้างเครื่องจักรที่ทำงานในสิ่งซึ่งอาศัยปัญญาเมื่อกระทำโดยมนุษย์ ("The art of creating machines that perform functions that requires intelligence when performed by people." [Kurzweil, 1990])
    2. ปัญญาประดิษฐ์ คือ การศึกษาวิธีทำให้คอมพิวเตอร์กระทำในสิ่งที่มนุษย์ทำได้ดีกว่าในขณะนั้น ("The study of how to make computers do things at which, at the moment, people are better." [Rich and Knight, 1991])
    • หมายเหตุ การกระทำเหมือนมนุษย์ เช่น
      • สื่อสารได้ด้วยภาษาที่มนุษย์ใช้ เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ตัวอย่างคือ การแปลงข้อความเป็นคำพูด และ การแปลงคำพูดเป็นข้อความ
      • มีประสาทรับสัมผัสคล้ายมนุษย์ เช่น คอมพิวเตอร์รับภาพได้โดยอุปกรณ์รับสัมผัส แล้วนำภาพไปประมวลผล
      • เคลื่อนไหวได้คล้ายมนุษย์ เช่น หุ่นยนต์ช่วยงานต่าง ๆ อย่างการ ดูดฝุ่น เคลื่อนย้ายสิ่งของ
      • เรียนรู้ได้ โดยสามารถตรวจจับรูปแบบการเกิดของเหตุการณ์ใด ๆ แล้วปรับตัวสู่สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้
  3. ระบบที่คิดอย่างมีเหตุผล (Systems that think rationally)
    1. ปัญญาประดิษฐ์ คือ การศึกษาความสามารถในด้านสติปัญญาโดยการใช้โมเดลการคำนวณ ("The study of mental faculties through the use of computational model." [Charniak and McDermott, 1985])
    2. ปัญญาประดิษฐ์ คือ การศึกษาวิธีการคำนวณที่สามารถรับรู้ ใช้เหตุผล และกระทำ ("The study of the computations that make it possible to perceive, reason, and act" [Winston, 1992])
    • หมายเหตุ คิดอย่างมีเหตุผล หรือคิดถูกต้อง เช่น ใช้หลักตรรกศาสตร์ในการคิดหาคำตอบอย่างมีเหตุผล เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญ
  4. ระบบที่กระทำอย่างมีเหตุผล (Systems that act rationally)
    1. ปัญญาประดิษฐ์คือการศึกษาเพื่อออกแบบเอเจนต์ที่มีปัญญา ("Computational Intelligence is the study of the design of intelligent agents" [Poole et al., 1998])
    2. ปัญญาประดิษฐ์ เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่แสดงปัญญาในสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ("AI ... is concerned with intelligent behavior in artifacts" [Nilsson, 1998])
    • หมายเหตุ กระทำอย่างมีเหตุผล เช่น เอเจนต์ (โปรแกรมที่มีความสามารถในการกระทำ หรือเป็นตัวแทนในระบบอัตโนมัติต่าง ๆ) สามารถกระทำอย่างมีเหตุผลเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ เช่น เอเจนต์ในระบบขับรถอัตโนมัติ ที่มีเป้าหมายว่าต้องไปถึงเป้าหมายในระยะทางที่สั้นที่สุด ต้องเลือกเส้นทางที่ไปยังเป้าหมายที่สั้นที่สุดที่เป็นไปได้ จึงจะเรียกได้ว่า เอเจนต์กระทำอย่างมีเหตุผล อีกตัวอย่างเช่น เอเจนต์ในเกมหมากรุก ที่มีเป้าหมายว่าต้องเอาชนะคู่ต่อสู้ ก็ต้องเลือกเดินหมากที่จะทำให้คู่ต่อสู้แพ้ให้ได้ เป็นต้น
 

 

หลายคนอาจรู้จักปัญญาประดิษฐ์ หรือ สมองกล ในแง่ลบ อย่างหุ่นยนต์ที่ลุกขึ้นสู้กับมนุษย์ ในภาพยนตร์หลายเรื่อง หรือแม้แต่ที่สตีเฟน ฮอว์กิน เคยพูดว่า สิ่งประดิษฐ์นี้อาจเป็นจุดจบของมวลมนุษยชาติ แต่เชื่อหรือไม่ว่า ทุกวันนี้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต้องพบกับปัญญาประดิษฐ์อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่ง เนื่องจากโฆษณาในเว็บไซต์ ต่างแสดงผลจากระบบอัจฉริยะ

ซึ่งสิ่งนี้คือสมบัติล้ำค่าที่บริษัทไอทีหลายรายต้องการมีไว้ครอบครอง เพื่อเป็นช่องทางหารายได้ และเสริมความสามารถ ให้นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่คิดค้นออกมา

เช่นเดียวกับ แอ๊ปเปิ้ล อิงค์ ยักษ์ใหญ่ไอทีสหรัฐ ที่ซื้อ "อีโมเชียนท์ อิงค์" บริษัทเกิดใหม่ (สตาร์ทอัพ) ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่ออ่านอารมณ์ของผู้คน ด้วยการวิเคราะห์การแสดงออกทางสีหน้า หรือนักโฆษณาที่ต้องการทราบปฏิกิริยาของผู้ชมที่เห็นโฆษณา ทั้งยังนำไปให้แพทย์ทดสอบเพื่อตีความสัญญาณความเจ็บป่วยของคนไข้ที่บอกความรู้สึกด้วยตัวเองไม่ได้ หรือแม้แต่นำไปให้ผู้ค้าปลีกใช้ตรวจสอบสีหน้าของนักช้อปที่กำลังเลือกดูสินค้าในร้าน

บริษัทในกลุ่มซิลิคอน วัลเลย์ ที่แอ๊ปเปิ้ล กำลังแข่งขันกับ เฟซบุ๊ค อิงค์ และ กูเกิล ในเครืออัลฟาเบต อิงค์ รวมถึงรายอื่น ๆ ในการลงทุนอย่างหนักเพื่อพัฒนาและครอบครองเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์  จนนำมาสู่การซื้อกิจการอีโมเชียนท์และบริษัทอีกหลายราย

ส่วนเฟซบุ๊คเดินหน้ารุกเทคโนโลยีนี้อย่างหนัก ด้วยการนำซอฟต์แวร์แยกแยะใบหน้ามาใช้ในโซเชียลมีเดียของตัวเองทั่วโลก เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์แยกแยะใบหน้าผู้คนที่อยู่ในภาพอัตโนมัติ สำหรับอำนวยความสะดวกในการติดแท็กคนในภาพของผู้ใช้งาน ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อต้นปีที่แล้ว เฟซบุ๊ค ยังเข้าซื้อกิจการบริษัท "วิท ดอท เอไอ" ที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบแยกแยะเสียงพูดของมนุษย์ ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่า บริษัทต้องการเทคโนโลยีนี้มาเสริมสมรรถนะของแอพพลิเคชั่นสนทนา "เมสเซนเจอร์" ให้ฟังเสียงของผู้ใช้และถอดออกมาเป็นตัวอักษร

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าปัญญาประดิษฐ์จะเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการสร้างนวัตกรรมในอนาคต และแน่นอนว่าจะเป็นช่องทางทำธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับบริษัทเหล่านี้เช่นกัน

-------------------------------------
AR GROUP : ตอบแทนสู่สังคมไทย

บอกต่อ : 
The Knowledge Provider (AR Group)

Back