The Knowledge Provider | Advanced Research Group

Back

แนวคิดการสร้างผู้ประกอบการใหม่

แนวคิดการสร้างผู้ประกอบการใหม่

22-12-2015

สถานการณ์ความเป็นผู้ประกอบการในระยะเริ่มต้น (Total early-stage Entrepreneurship Activity: TEA) ของผู้ประกอบการในประเทศไทย

การศึกษาของ Global Entrepreneurship Monitor Research ที่ดำเนินมากว่า 10 ปีมีประเทศต่างๆ เข้าร่วมมากกว่า 70 ประเทศ ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีระดับการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเป็นผู้ประกอบการสูงติดอันดับต้น ๆ ของโลก สูงกว่าประเทศสิงคโปร์ เกาหลี หรือญี่ปุ่นอย่างมาก มีพื้นฐานของสภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการเข้าสู่ธุรกิจ ในขณะเดียวกันภาครัฐก็มีมาตรการเสริมสร้างผู้ประกอบการและการพัฒนา SMEs มานานนับกว่า 10 ปี ผลที่เกิดขึ้นน่าจะทำให้ประเทศไทย มีพื้นฐานของการประกอบการในภาคธุรกิจและเศรษฐกิจที่เข้มแข็งได้

จากการศึกษาข้อมูลเชิงเปรียบเทียบเพื่อการพัฒนา ประจำปี 2557 (Global Entrepreneurship Monitor 2014 : GEM) ซึ่งดำเนินการโดยคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (BUSEM) และ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในปี 2557 พบว่า ประเทศไทยมีอัตราร้อยละกิจกรรมความเป็นผู้ประกอบการในระยะเริ่มต้น ร้อยละ 19.2 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 17.7 ในปี 2556 อัตราร้อยละกิจกรรมความเป็นผู้ประกอบการที่มีอายุมากกว่า 3.5 ปี มีค่าร้อยละ 28.6 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 28.0 ในปี 2556 ซึ่งการเพิ่มขึ้นของอัตราร้อยละดังกล่าว มาจากการที่ประชาชนไทยให้ความสนใจและมีความตื่นตัวในการเป็นผู้ประกอบการมากขึ้น

ภาพที่ 1 อัตรากิจกรรมความเป็นผู้ประกอบการ

แนวคิดผู้ประกอบการใหม่

ที่มา : สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

จากผลการศึกษาดังกล่าว สรุปได้อย่างมีนัยสำคัญว่า กลุ่มผู้ที่กำลังจัดตั้งธุรกิจใหม่และผู้ประกอบการที่มีธุรกิจอายุน้อยกว่า 3.5 ปี หรือ กลุ่ม Firm Birth ของประเทศไทย มีกิจกรรมความเป็นผู้ประกอบการ ในระยะเริ่มต้นในระดับที่สูงมาก จากข้อค้นพบทางสถิติดังกล่าว จึงนำไปสู่การตั้งคำถามการวิจัยถึงปัจจัยในการเกิดผู้ประกอบการใหม่ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในบริบทของประเทศไทย

ระบบนิเวศน์ของการเกิดผู้ประกอบการ: Domains of the Entrepreneurship Ecosystem

กรอบแนวคิดการศึกษาปัจจัยการเกิดผู้ประกอบการตามแนวคิดของ Babson Collage ซึ่งได้อธิบายถึงระบบนิเวศน์ของการเกิดผู้ประกอบการ โดยจำแนกปัจจัยซึ่งมีผลต่อการเกิดผู้ประกอบการใหม่ได้ 6 ปัจจัย ประกอบไปด้วย

1) ปัจจัยด้านนโยบาย ซึ่งมีประเด็นย่อย ได้แก่

1.1 การสร้างสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ให้เอื้อต่อการเกิดผู้ประกอบการของภาครัฐบาล เช่น การมีหน่วยงานด้านการส่งเสริมผู้ประกอบโดยตรง การมีเครื่องมือทางการเงินเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจหรือไม่ การมีกฏหมายหรือกฎระเบียบที่ส่งเสริมต่อการเกิดผู้ประกอบการใหม่ได้หรือไม่ เป็นต้น

1.2 บทบาทของผู้นำในสังคมทั้งภาครัฐและเอกชนที่พร้อมสนับสนุนและให้โอกาสผู้ประกอบการใหม่

2) ปัจจัยด้านการเงิน ได้แก่ ในบริบทของประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายและเหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการในแต่ละช่วงอายุหรือไม่ เช่น สินเชื่อ

3) ปัจจัยด้านวัฒนธรรม มีประเด็นย่อย ได้แก่

3.1 บรรทัดฐานทางสังคม สภาพบริบทของสังคมไทยเป็นสังคมที่สนับสนุนให้คนเป็นผู้ประกอบการหรือไม่ เช่น พร้อมให้โอกาสผู้ประกอบการใหม่หรือไม่ ให้กำลังใจผู้ประกอบการในกรณีที่ล้มเหลวหรือไม่ เป็นต้น

3.2 เรื่องราวของการประสบความสำเร็จ มีการสร้างเรื่องราวของคนที่ประสบผลสำเร็จเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการมากน้อยเพียงใด และมีผลต่อการเกิดผู้ประกอบการหรือไม่

4) ปัจจัยด้านการสนับสนุน มีประเด็นย่อย ได้แก่

4.1 บทบาทขององค์กรภาคเอกชนที่เอื้อต่อการเกิดผู้ประกอบการใหม่ เช่น การจัดการประกวดแผนธุรกิจ การมีการสัมมนาในเรื่องที่เกี่ยวกับการเริ่มต้นธุรกิจเพื่อสร้างองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการ

4.2 การสนับสนุนบุคลากรในวิชาชีพเฉพาะทางที่ถือเป็นการสนับสนุนการประกอบธุรกิจหรือการเกิดผู้ประกอบการใหม่ เช่น นักกฎหมาย นักบัญชี เป็นต้น

4.3 โครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบสาธารณูปโภค ระบบขนส่ง พลังงาน หรือแม้แต่โครงสร้างพื้นฐานจำพวกศูนย์บ่มเพาะทางธุรกิจนั้น มีความพร้อมและเอื้อต่อการเกิดผู้ประกอบการใหม่มากน้อยเพียงใด

5) ปัจจัยด้านทรัพยากรบุคคล มีประเด็นย่อย ได้แก่

5.1 สถาบันการศึกษา ทั้งการศึกษาทั่วไป (สายวิชาการและสายวิชาชีพ) และการศึกษาสำหรับการสร้างผู้ประกอบการโดยตรง

5.2 แรงงาน แรงงานประเภทต่าง ๆ มีเพียงพอหรือไม่

6) ปัจจัยด้านการตลาด มีประเด็นย่อย ได้แก่

6.1 เครือข่าย เช่น เครือข่ายผู้ประกอบการด้วยกัน หรือการมีความสัมพันธ์กับห่วงโซ่อุปทานที่จะช่วยส่งเสริมธุรกิจ เป็นต้น

6.2 ผู้ประกอบการได้มีการทดลองตลาดก่อนดำเนินธุรกิจเพื่อทดสอบความพึงพอใจสินค้าของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหรือไม่

ภาพที่ 2 ระบบนิเวศน์ของการเกิดผู้ประกอบการ: Domains of the Entrepreneurship Ecosystem

แนวคิดผู้ประกอบการ

ที่มา: http://businessbarbados.com

แนวทางการสร้างผู้ประกอบการใหม่

การกำหนดพื้นที่เป้าหมาย การสร้างผู้ประกอบการใหม่ควรมีการกำหนดพื้นที่เป้าหมายของโครงการชัดเจน เนื่องจาก กระบวนการสร้างผู้ประกอบการใหม่เกี่ยวข้องกับปัจจัยสำคัญ 6 ด้านที่ต้องสอดคล้องและส่งเสริมกัน ดังนั้น การกำหนดพื้นที่เป้าหมายที่ชัดเจนสามารถช่วยให้กลไกของ enabling factor ต่างๆ เช่น นโยบาย กฎระเบียบ สิทธิประโยชน์ แหล่งเงินทุน และรวมถึงการสนับสนุนจากสถาบันการศึกษาในฐานะ knowledge Provider ให้สามารถเอื้อต่อการสร้างผู้ประกอบการใหม่ให้สัมฤทธิ์ผลได้

กลุ่มเป้าหมาย นอกเหนือจากการสร้างผู้ประกอบการทั่วไปตามหลักสูตรมาตรฐานของหน่วยงานต่างๆแล้ว ในอนาคตควรมุ่งเน้นการสร้างผู้ประกอบการที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตสินค้า/บริการ หรือ สาขาธุรกิจเป้าหมายของประเทศในอนาคต หรือ สาขาธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมในเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ สาขาธุรกิจที่เหมาะสมกับบริบทนั้น เป็นต้น

หลักสูตร เมื่อพื้นที่โครงการและกลุ่มเป้าหมายได้ถูกกำหนดแล้ว การกำหนดหลักสูตรการสร้างผู้ประกอบการใหม่ควรถูกออกแบบให้เหมาะสม โดยให้ความสำคัญ 3C

  • Context = บริบทหรือสภาพแวดล้อมที่เฉพาะสำหรับสาขาธุรกิจ หรือ พื้นที่ดำเนินธุรกิจ
  • Content = เนื้อหาสาระของหลักสูตร เน้นการสร้างความเป็นผู้ประกอบการ เช่น การเข้าใจโครงสร้างธุรกิจ การเข้าใจการตลาดที่เหมาะสมของธุรกิจตน ทักษะทั่วไป (การเจรจาต่อรอง การจัดการด้านบุคคล การบริหารทีมงาน) และร่วมสร้างระบบนิเวศน์ที่มีประสิทธิภาพให้เกิดขึ้นได้จริง
  • Connect = มีกิจกรรมการสร้างเครือข่ายให้เกิดขึ้นเพื่อการเชื่อมโยงกับลูกค้า คู่ค้า ในห่วงโซ่การผลิต

ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการสร้าง หน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา องค์กรวิชาชีพ ควรมีส่วนร่วมในวางกรอบการสร้างผู้ประกอบการและให้การสนับสนุนสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างระบบนิเวศน์ให้เกิดขึ้นจริงได้

(ผู้เรียบเรียง : คุณนุสติ คณีกุล และคุณสุทธิกานต์ งามกิจภิญโญ)

สถานการณ์ความเป็นผู้ประกอบการในระยะเริ่มต้น (Total early-stage Entrepreneurship Activity: TEA) ของผู้ประกอบการในประเทศไทย

การศึกษาของ Global Entrepreneurship Monitor Research ที่ดำเนินมากว่า 10 ปีมีประเทศต่างๆ เข้าร่วมมากกว่า 70 ประเทศ ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีระดับการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเป็นผู้ประกอบการสูงติดอันดับต้น ๆ ของโลก สูงกว่าประเทศสิงคโปร์ เกาหลี หรือญี่ปุ่นอย่างมาก มีพื้นฐานของสภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการเข้าสู่ธุรกิจ ในขณะเดียวกันภาครัฐก็มีมาตรการเสริมสร้างผู้ประกอบการและการพัฒนา SMEs มานานนับกว่า 10 ปี ผลที่เกิดขึ้นน่าจะทำให้ประเทศไทย มีพื้นฐานของการประกอบการในภาคธุรกิจและเศรษฐกิจที่เข้มแข็งได้

จากการศึกษาข้อมูลเชิงเปรียบเทียบเพื่อการพัฒนา ประจำปี 2557 (Global Entrepreneurship Monitor 2014 : GEM) ซึ่งดำเนินการโดยคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (BUSEM) และ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในปี 2557 พบว่า ประเทศไทยมีอัตราร้อยละกิจกรรมความเป็นผู้ประกอบการในระยะเริ่มต้น ร้อยละ 19.2 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 17.7 ในปี 2556 อัตราร้อยละกิจกรรมความเป็นผู้ประกอบการที่มีอายุมากกว่า 3.5 ปี มีค่าร้อยละ 28.6 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 28.0 ในปี 2556 ซึ่งการเพิ่มขึ้นของอัตราร้อยละดังกล่าว มาจากการที่ประชาชนไทยให้ความสนใจและมีความตื่นตัวในการเป็นผู้ประกอบการมากขึ้น

ภาพที่ 1 อัตรากิจกรรมความเป็นผู้ประกอบการ

แนวคิดผู้ประกอบการใหม่

ที่มา : สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

จากผลการศึกษาดังกล่าว สรุปได้อย่างมีนัยสำคัญว่า กลุ่มผู้ที่กำลังจัดตั้งธุรกิจใหม่และผู้ประกอบการที่มีธุรกิจอายุน้อยกว่า 3.5 ปี หรือ กลุ่ม Firm Birth ของประเทศไทย มีกิจกรรมความเป็นผู้ประกอบการ ในระยะเริ่มต้นในระดับที่สูงมาก จากข้อค้นพบทางสถิติดังกล่าว จึงนำไปสู่การตั้งคำถามการวิจัยถึงปัจจัยในการเกิดผู้ประกอบการใหม่ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในบริบทของประเทศไทย

ระบบนิเวศน์ของการเกิดผู้ประกอบการ: Domains of the Entrepreneurship Ecosystem

กรอบแนวคิดการศึกษาปัจจัยการเกิดผู้ประกอบการตามแนวคิดของ Babson Collage ซึ่งได้อธิบายถึงระบบนิเวศน์ของการเกิดผู้ประกอบการ โดยจำแนกปัจจัยซึ่งมีผลต่อการเกิดผู้ประกอบการใหม่ได้ 6 ปัจจัย ประกอบไปด้วย

1) ปัจจัยด้านนโยบาย ซึ่งมีประเด็นย่อย ได้แก่

1.1 การสร้างสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ให้เอื้อต่อการเกิดผู้ประกอบการของภาครัฐบาล เช่น การมีหน่วยงานด้านการส่งเสริมผู้ประกอบโดยตรง การมีเครื่องมือทางการเงินเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจหรือไม่ การมีกฏหมายหรือกฎระเบียบที่ส่งเสริมต่อการเกิดผู้ประกอบการใหม่ได้หรือไม่ เป็นต้น

1.2 บทบาทของผู้นำในสังคมทั้งภาครัฐและเอกชนที่พร้อมสนับสนุนและให้โอกาสผู้ประกอบการใหม่

2) ปัจจัยด้านการเงิน ได้แก่ ในบริบทของประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายและเหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการในแต่ละช่วงอายุหรือไม่ เช่น สินเชื่อ

3) ปัจจัยด้านวัฒนธรรม มีประเด็นย่อย ได้แก่

3.1 บรรทัดฐานทางสังคม สภาพบริบทของสังคมไทยเป็นสังคมที่สนับสนุนให้คนเป็นผู้ประกอบการหรือไม่ เช่น พร้อมให้โอกาสผู้ประกอบการใหม่หรือไม่ ให้กำลังใจผู้ประกอบการในกรณีที่ล้มเหลวหรือไม่ เป็นต้น

3.2 เรื่องราวของการประสบความสำเร็จ มีการสร้างเรื่องราวของคนที่ประสบผลสำเร็จเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการมากน้อยเพียงใด และมีผลต่อการเกิดผู้ประกอบการหรือไม่

4) ปัจจัยด้านการสนับสนุน มีประเด็นย่อย ได้แก่

4.1 บทบาทขององค์กรภาคเอกชนที่เอื้อต่อการเกิดผู้ประกอบการใหม่ เช่น การจัดการประกวดแผนธุรกิจ การมีการสัมมนาในเรื่องที่เกี่ยวกับการเริ่มต้นธุรกิจเพื่อสร้างองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการ

4.2 การสนับสนุนบุคลากรในวิชาชีพเฉพาะทางที่ถือเป็นการสนับสนุนการประกอบธุรกิจหรือการเกิดผู้ประกอบการใหม่ เช่น นักกฎหมาย นักบัญชี เป็นต้น

4.3 โครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบสาธารณูปโภค ระบบขนส่ง พลังงาน หรือแม้แต่โครงสร้างพื้นฐานจำพวกศูนย์บ่มเพาะทางธุรกิจนั้น มีความพร้อมและเอื้อต่อการเกิดผู้ประกอบการใหม่มากน้อยเพียงใด

5) ปัจจัยด้านทรัพยากรบุคคล มีประเด็นย่อย ได้แก่

5.1 สถาบันการศึกษา ทั้งการศึกษาทั่วไป (สายวิชาการและสายวิชาชีพ) และการศึกษาสำหรับการสร้างผู้ประกอบการโดยตรง

5.2 แรงงาน แรงงานประเภทต่าง ๆ มีเพียงพอหรือไม่

6) ปัจจัยด้านการตลาด มีประเด็นย่อย ได้แก่

6.1 เครือข่าย เช่น เครือข่ายผู้ประกอบการด้วยกัน หรือการมีความสัมพันธ์กับห่วงโซ่อุปทานที่จะช่วยส่งเสริมธุรกิจ เป็นต้น

6.2 ผู้ประกอบการได้มีการทดลองตลาดก่อนดำเนินธุรกิจเพื่อทดสอบความพึงพอใจสินค้าของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหรือไม่

ภาพที่ 2 ระบบนิเวศน์ของการเกิดผู้ประกอบการ: Domains of the Entrepreneurship Ecosystem

แนวคิดผู้ประกอบการ

ที่มา: http://businessbarbados.com

แนวทางการสร้างผู้ประกอบการใหม่

การกำหนดพื้นที่เป้าหมาย การสร้างผู้ประกอบการใหม่ควรมีการกำหนดพื้นที่เป้าหมายของโครงการชัดเจน เนื่องจาก กระบวนการสร้างผู้ประกอบการใหม่เกี่ยวข้องกับปัจจัยสำคัญ 6 ด้านที่ต้องสอดคล้องและส่งเสริมกัน ดังนั้น การกำหนดพื้นที่เป้าหมายที่ชัดเจนสามารถช่วยให้กลไกของ enabling factor ต่างๆ เช่น นโยบาย กฎระเบียบ สิทธิประโยชน์ แหล่งเงินทุน และรวมถึงการสนับสนุนจากสถาบันการศึกษาในฐานะ knowledge Provider ให้สามารถเอื้อต่อการสร้างผู้ประกอบการใหม่ให้สัมฤทธิ์ผลได้

กลุ่มเป้าหมาย นอกเหนือจากการสร้างผู้ประกอบการทั่วไปตามหลักสูตรมาตรฐานของหน่วยงานต่างๆแล้ว ในอนาคตควรมุ่งเน้นการสร้างผู้ประกอบการที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตสินค้า/บริการ หรือ สาขาธุรกิจเป้าหมายของประเทศในอนาคต หรือ สาขาธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมในเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ สาขาธุรกิจที่เหมาะสมกับบริบทนั้น เป็นต้น

หลักสูตร เมื่อพื้นที่โครงการและกลุ่มเป้าหมายได้ถูกกำหนดแล้ว การกำหนดหลักสูตรการสร้างผู้ประกอบการใหม่ควรถูกออกแบบให้เหมาะสม โดยให้ความสำคัญ 3C

  • Context = บริบทหรือสภาพแวดล้อมที่เฉพาะสำหรับสาขาธุรกิจ หรือ พื้นที่ดำเนินธุรกิจ
  • Content = เนื้อหาสาระของหลักสูตร เน้นการสร้างความเป็นผู้ประกอบการ เช่น การเข้าใจโครงสร้างธุรกิจ การเข้าใจการตลาดที่เหมาะสมของธุรกิจตน ทักษะทั่วไป (การเจรจาต่อรอง การจัดการด้านบุคคล การบริหารทีมงาน) และร่วมสร้างระบบนิเวศน์ที่มีประสิทธิภาพให้เกิดขึ้นได้จริง
  • Connect = มีกิจกรรมการสร้างเครือข่ายให้เกิดขึ้นเพื่อการเชื่อมโยงกับลูกค้า คู่ค้า ในห่วงโซ่การผลิต

ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการสร้าง หน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา องค์กรวิชาชีพ ควรมีส่วนร่วมในวางกรอบการสร้างผู้ประกอบการและให้การสนับสนุนสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างระบบนิเวศน์ให้เกิดขึ้นจริงได้

(ผู้เรียบเรียง : คุณนุสติ คณีกุล และคุณสุทธิกานต์ งามกิจภิญโญ)

-------------------------------------
AR GROUP : ตอบแทนสู่สังคมไทย

บอกต่อ : 
The Knowledge Provider (AR Group)

Back